หลายคำถามกับซุปตาร์มาเรียม ที่เกือบเป็นพะยูนแดดเดียว
“มาเรียม” พะยูนน้อยที่เกยตื้นที่ จ.กระบี่ ที่ได้รับความสนใจจากชาวโซเชียลเป็นจำนวนมาก จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา หมู่เกาะพีพี ได้ช่วยเหลือพะยูนเกยตื้น บริเวณอ่าวทึง ม.4 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ และได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือพบเป็นพะยูนเพศเมีย อายุประมาณ 6-7 เดือน จากนั้นได้นำพะยูนไปปล่อยบริเวณบ้านแหลมจูโหย ม.1 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง หลังจากมีการเผยแพร่ออกไปในโลกโซเชียลถึงความน่ารักของ “มาเรียม” ก็ได้รับความสนใจจากชาวโซเชียลเป็นจำนวนมาก ต่างช่วยกันแชร์และติดตามความน่ารักกันอยู่ตลอด ซึ่ง “มาเรียม” มีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิดคอยให้อาหารและนมอยู่ตลอด วันนี้เราเอาเกล็ดเรื่องราวต่างๆที่น่าสนใจเกี่ยวกับการดูแลเจ้าพะยูนน้อยมาฝาก
"มาเรียม" ลูกพะยูนตัวแรกของไทยที่มนุษย์เป็นแม่นมให้ในสภาวะธรรมชาติ
มาเรียมเข้าเกยตื้น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่ายังแข็งแรง จึงพยายามผลักดันกลับสู่ทะเล เพราะหากเป็นลูกพะยูนที่ยังไม่หย่านมแล้วพลัดหลงโดยบังเอิญ แม่พะยูนอาจจะยังคงว่ายวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ หลังใช้ความพยายามผลักดันกลับถึงสามครั้ง มาเรียมยังคงว่ายกลับเข้ามายังจุดเดิม โดยมักว่ายอยู่ใต้ท้องเรือ ซึ่งมีลักษณะเสมือนท้องของแม่ เจ้าหน้าที่จึงประเมินว่าโอกาสที่มาเรียมจะได้เจอกับแม่คงมีน้อย อีกทั้งบริเวณนั้นมีเรือสัญจรอยู่มาก โอกาสที่มาเรียมจะได้รับอันตรายจากการชนก็สูงตาม การหาพื้นที่ดูแลแห่งใหม่จึงเป็นแผนงานในเวลานั้น
"ลูกพะยูนวัยนี้ยังต้องอยู่กับแม่ จนอายุเกือบ 2 ปี แนวทางแรกต้องมาเลี้ยงในบ่อเลี้ยง แต่มันจะเศร้ามากเลยนะ ที่พะยูนตัวหนึ่งต้องอยู่ในบ่อเลี้ยงไปตลอดชีวิต เราไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น เราเลยพยายามหาพื้นที่ปลอดภัย เพื่อเป็นแม่นมให้เขา"
มาเรียมถือเป็นพะยูนตัวแรกของไทยที่มนุษย์ให้นมในสภาวะธรรมชาติ โดยก่อนหน้านี้ ทช.ก็เคยช่วยเหลือลูกพะยูนในลักษณะเดียวกัน แต่นำมาเลี้ยงในบ่ออนุบาลสัตว์น้ำ และเมื่อนำกลับไปปล่อยสู่ธรรมชาติไม่นานก็ตาย ด้วยไม่สามารถเอาตัวรอดในธรรมชาติได้ นั่นเป็นบทเรียนสำคัญของเจ้าหน้าที่ ด้วยความต้องการน้ำนม ทำให้มาเรียมยังคงว่ายเข้าฝั่งอยู่เรื่อย ๆ ตามสัญชาตญาณเรียนรู้ แต่เจ้าหน้าที่เองก็มีมาตรการจำกัดจำนวนคนที่จะสัมผัสกับมาเรียมโดยตรง เพราะโดยธรรมชาติเมื่อถึงวัยหย่านมจากแม่ พะยูนจะแยกตัวออกไปเอง การเลี้ยงดูในสภาวะธรรมชาติ ให้ว่ายน้ำอย่างอิสระ ก็เพื่อให้ลูกพะยูนเข้าหาฝูง และเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอด

มาเรียมเริ่มมีความคุ้นชินกับเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแล แต่ก็มีมาตรการควบคุมการสัมผัสโดยตรง เพื่อการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในอนาคต

ภารกิจของเหล่าอาสาสมัคร
ด้วยระยะเวลากว่าหนึ่งเดือน กับการทำหน้าที่ประเมินสุขภาพมาเรียม และป้อนนม 4 มื้อต่อวัน แต่ละมื้อก็ใช้เวลากว่า 1-2 ชม. ทำให้เจ้าหน้าที่เหนื่อยล้า จึงเป็นที่มาของการเปิดรับอาสาสมัครในโลกออนไลน์ที่ถูกพูดถึง "อาสาสมัครที่เคยมาช่วยงานลักษณะคล้ายกัน อย่างการดูแลโลมา บางคนไม่รู้ว่าการทำงานนี้หนักมาก ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องคัดเลือกเป็นพิเศษ เขาต้องมีเวลาจริง ๆ แล้วยังต้องมีงบดูแลตัวเองอีก ทางหน่วยงานก็ไม่ได้มีเงินสนับสนุนส่วนนี้ คนที่เข้ามาทำต้องเสียสละมาก"


สถานการณ์พะยูนไทย
"ยังคงต้องดูแลต่อไป ในปัจจุบันพื้นที่แหล่งประชากรพะยูนสูงสุดอยู่ที่แถบเกาะลิบง เกาะมุก จ.ตรัง มีจำนวนประมาณ 185 ตัว และกระจายอยู่ในที่อื่น ๆ อีกเล็กน้อย" นายอุกกฤต สตภูมินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน ในสังกัด ทช. บอกบีบีซีไทย
นายอุกกฤตกล่าวว่า ในอดีตช่วงก่อนปี 2553 มีพะยูนที่ล้มตายจากสาเหตุจากการทำประมงผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก ทั้งอวนรุน อวนลาก แต่ด้วยการกวดขันอย่างจริงจังของเจ้าหน้าที่ สถานการณ์ดังกล่าวก็คลี่คลายลง แต่ยังมีปัญหาการทำประมงใกล้พื้นที่พะยูนชุกชุม และการถูกเรือประมงชน ที่ยังต้องได้รับการแก้ไขอยู่
ข้อมูล กรมอุทยานฯ, บีบีซีไทย
