ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทำการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์กับกรมการขนส่งทางบก เพื่อรับชำระค่าปรับตามใบสั่งจราจร พร้อมกับการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี เรียบร้อยแล้ว วันนี้ จึงขอสรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับเพื่อน ๆ ผู้ขับขี่ และเจ้าของรถ มาฝากกันค่ะ



ตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค. 2562 เป็นต้นไป… ผู้ขับขี่ เจ้าของรถที่ทำการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี กับกรมการขนส่งทางบก จะต้องทำการชำระค่าปรับตามใบสั่งจราจรที่ค้างชำระด้วย (หากมี) โดยข้อมูลใบสั่งจราจรมีผลย้อนหลังถึงวันที่ 30 ก.ย. 2561

ยังไม่พร้อมจ่าย?
หากผู้ขับขี่ หรือเจ้าของรถ ยังไม่พร้อมชำระค่าปรับที่ค้างชำระตามใบสั่งในวันที่ต่อภาษีรถยนต์ กรมการขนส่งทางบก จะออกหลักฐานแสดงการ #เสียภาษีประจำปีฉบับชั่วคราว ซึ่งเอกสารจะมีอายุเพียง 30 วัน! โดยผู้ขับขี่ หรือเจ้าของรถ จะต้องชำระค่าปรับภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน
โดยสามารถไปชำระได้ที่
• สถานีตำรวจทุกแห่งทั่วประเทศ
• ไปรษณีย์ทุกแห่ง
• เคาน์เตอร์บริการของธนาคารกรุงไทย
• ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย
• แอปพลิเคชันกรุงไทย NEXT
• หน่วยบริการรับชำระเงินที่มีสัญลักษณ์ PTM
หากชำระค่าปรับเรียบร้อยแล้ว สามารถนำหลักฐานใบเสร็จการชำระค่าปรับมาแสดง เพื่อรับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี หรือ ป้ายวงกลม ฉบับจริงได้ในภายหลัง

ทำใบสั่งหาย, จำไม่ได้ว่ามีใบสั่งกี่ใบ?
สำหรับท่านที่ไม่แน่ใจ หรือจำไม่ได้ ได้รับใบสั่งหรือไม่, ได้ใบสั่งไปแล้วกี่ใบ หรือ ไม่แน่ใจว่าใบสั่งใบไหนที่จ่ายแล้วหรือยังไม่ได้ไปจ่ายค่าปรับ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้อำนวยความสะดวกในการจัดทำเว็บไซต์ e-Ticket หรือ #ใบสั่งจราจรออนไลน์ เพื่อให้บริการสำหรับประชาชน สามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าไปตรวจสอบใบสั่งจราจร จำนวนค่าปรับและช่องทางการชำระค่าปรับได้เอง
ที่  https://ptm.police.go.th/eTicket/#/

ทั้งนี้ หากผู้ขับขี่ หรือเจ้าของรถ เห็นว่าไม่ได้กระทำความผิดตามที่ระบุไว้ในใบสั่ง สามารถทำหนังสือโต้แย้งข้อกล่าวหานั้นได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียนขนส่ง โดยให้ส่งหนังสือโต้แย้งข้อกล่าวหาดังกล่าวทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังสถานีตำรวจตามที่ระบุไว้ในใบสั่ง

ถ้าชำระภาษีประจำปีแล้ว แต่ไม่มีเงินไปชำระค่าปรับภายในเวลากำหนด! กรณีดังกล่าวเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานจราจรตำแหน่งตั้งแต่สารวัตรขึ้นไป จะมีหนังสือแจ้งนายทะเบียน กรมการขนส่งทางบก ให้งดออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์คันดังกล่าว

รู้แบบนี้แล้ว เพื่อน ๆ ที่มีใบสั่ง ก็เตรียมความพร้อม เตรียมเงินในกระเป๋าไว้ชำระค่าปรับกันด้วยนะคะ จะได้ไม่ยุ่งยาก เสียเวลาดำเนินการหลายขั้นตอน อย่างไรก็ตาม การขับขี่ให้ถูกกฎ จะช่วยลดอุบัติเหตุ และใบสั่งจราจร ประหยัดรายจ่าย ได้อย่างแน่นอนค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ