นริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครทูตประจำกรุงบัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา เล่าเรื่องพฤติกรรมของ ส.ส.ผู้ทรงเกียรติดูงานต่างประเทศ ขาดการศึกษาระเบียบพิธีการและไร้มารยาทสากลเรื่องการแต่งกาย เสนอสำนักเลขาธิการสภาฯควรจัดอบรมให้ ส.ส.รู้กาลเทศะแต่งกายให้เกียรติตัวเองและสถานที่


8 มิถุนายน 2562-โลกออนไลน์ได้แห่แชร์ข้อความของ นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครทูตประจำกรุงบัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา ที่โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Narisroj Fuangrabil ระบุข้อความว่า....

ฝากไปถึงสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถ้ามีโอกาสนะครับ ควรจัดให้มีคอร์สอบรม “ระเบียบพิธีการ (Protocol) และมารยาทสากล (Etiquette) ” ให้แก่บรรดา ส.ส.ทั้งรุ่นเก่า รุ่นใหม่ ก็จะดีครับจะได้รู้กาลเทศะ การแต่งกายว่าอะไรควรหรือไม่ควร เพื่อเป็นการให้เกียรติสถานที่ และที่สำคัญให้เกียรติตัวเองด้วย

“เรียนตรงๆ พวกผมที่เคยทำงานในต่างประเทศ ต้องรับรอง ท่าน ส.ส.ผู้ทรงเกียรติไปดูงานในต่างประเทศในฐานะตัวแทนกรรมาธิการต่างๆ มานักต่อนักแล้ว

“เจอสารพัดรูปแบบ เรื่องนี้สนุกเล่าได้มันส์อีกแล้ว ตัวอย่างเช่น

“ครั้งหนึ่งที่สเปน ตอนนั้นผมต้องรับรองดูแลอำนวยความสะดวก คณะกรรมาธิการคณะหนึ่ง พูดกันตรงๆ ดีกว่า ดูงานน่ะเป็นเรื่องรอง แต่ไปเที่ยวน่ะเรื่องหลัก ตอนนั้นทางคณะให้บริษัททัวร์จัดการเรื่องที่พัก พาหนะให้ แต่เพื่อให้การดูงานมันดูเป็นงานราชการ จึงจะต้องจัดกำหนดการมาพบท่านทูต ขอให้ท่านทูตเลี้ยงข้าวให้ที่ทำเนียบทูต ฟังบรรยายสรุป ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในด้านต่างๆ โอเคอันนี้ไม่ว่ากัน พร้อมจัดให้เสมอด้วยความเต็มใจ จะได้เพิ่มรอยหยัก ภูมิความรู้ให้กับท่าน ส.ส.

“มีคณะหนึ่งแจ้งมาว่าให้สถานทูตเชิญ ฝ่ายสเปนที่เป็น counter part มาร่วม dinner ด้วย เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนหารือ ท่านทูตก็จัดงาน sit down dinner แบบโก้ที่สุดให้คณะท่าน ส.ส. และเชิญผู้ใหญ่ฝ่ายสเปนมาร่วมงาน

“ฝ่ายสเปนเขารู้พิธีการและมารยาททางการทูต เขาก็แต่งตัวมาแบบโก้และให้เกียรติฝ่ายไทย คือ แต่งชุดสูทสากลสีเข้ม Dark Suit ฝ่ายหญิงก็แต่งชุดแบบสีเข้มเป็นพิธีการเช่นกัน

“สำหรับฝ่ายคณะท่าน ส.ส.ไทย พอเดินทางมาถึงทำเนียบทูต ผมออกไปรับก็ต้องตกใจ เพราะบางท่านก็ใส่เสื้อกันแบบตามแฟชั่น สีโช๊ะเช๊ะมาก บางท่านก็ใส่สูทลายพร้อยยี่ห้อ Versace ซะด้วย (แต่มันเป็นชุดที่เหมาะกับศิลปินที่ออกคอนเสิร์ต ไม่ใช่ชุดที่ใครใส่ก็ได้ โดยไม่ดูหน้าและสังขารตัวเอง)

“บางคนใส่รองเท้ากีฬาแบบสปอร์ต อ้างว่าใช้เดินเวลาไปช้อปปิ้งและไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ แปลกที่ไม่รู้จักเตรียมรองเท้าหนังสีดำที่เหมาะสมมาถ้าถือว่ามางานราชการต่างประเทศ !

“และเนื่องจากเป็นช่วงอากาศเย็น ส่วนใหญ่ก็จะมีเสื้อโค้ต หรือ raincoat ซึ่งก่อนเข้าโต๊ะต้องถอดไปเก็บไว้ที่ห้องเก็บเสื้อผ้าก่อน แต่มี ส.ส.ชื่อดังท่านนึง ไม่ยอมถอดเสื้อ rain coat ที่ใส่ จะเข้านั่งโต๊ะอาหารเลย ผมพยายามพูดเกลี้ยกล่อมให้ถอดเสื้อฝากเก็บไว้ก่อนก็ไม่ยอม แต่สุดท้ายท่านทูตก็มาบอกว่าให้ถอดฝากไว้ ส.ส.ท่านนั้นจึงยอมถอด ปรากฏว่าสาเหตุที่ ส.ส.ท่านนี้ไม่ยอมถอดเพราะข้างในเป็นเสื้อโปโลแขนสั้นสีแดงแปร๊ด กางเกงสำหรับเล่นกอล์ฟ เขาอ้างว่าติดไปเล่นกอล์ฟมาก่อนที่จะมาดินเนอร์ !!!!!

“เมื่อเข้านั่งโต๊ะ ผมสังเกตปฏิกริยาฝ่ายสเปนได้เลยว่าเขามองแบบยิ้มๆ เหมือนดูแคลนยังไงก็ไม่รู้

“เท่านั้นยังไม่พอ คณะ ส.ส.นี้บางท่านก็ชอบดื่มไวน์ ยิ่งเป็นไวน์สเปน ก็ยิ่งชอบ ทั้งๆ ที่ในงานเลี้ยงที่เป็นทางการนั้น เขากินกันเป็นพิธีพอประมาณ แต่ ส.ส.ท่านนี้ตะโกนข้ามโต๊ะขอให้ท่านทูตเอาไวน์มาเสิร์ฟตลอดเวลา กินเหมือนสามล้อถูกหวย จนเมาหน้าแดงก่ำ สะง่อกสะแง่ก

“ยัง….ยังไม่จบครับท่านผู้ชม มี ส.ส.ท่านนึงขอร้องเพลงให้กับฝ่ายสเปน ทั้งๆ ที่ไม่มีเครื่องเสียงคาราโอเกะ ท่านก็ร้องปากเปล่า แหกปากดังลั่น ฝ่ายสเปนก็มองหน้ากันแล้วก็หัวเราะ แถมยังไปบังคับให้เขาร้องเพลงแข่งอีกด้วย ท่านทูตของผมพยายามพูดตัดบทเพื่อรักษามารยาท ก็ไม่ยอมฟัง สุดท้ายสักพักพอเสร็จของหวาน ชากาแฟ ฝ่ายสเปนขอตัวกลับทันที โดยที่แทบจะไม่ได้เจรจาหารือความเมืองที่เป็นประโยชน์อะไรเลย ส่วนใหญ่ก็พูดอังกฤษไม่ได้ ผมกับ จนท.สถานทูตต้องช่วยกันเป็นล่ามแปล

“ที่เล่านี้เป็นประสบการณ์เรื่องแรกนะครับ ยังมีอีกเยอะ พอดีเห็นบรรยากาศในที่ประชุมสภาของไทยวันนี้ เลยทำให้นึกถึงพฤติกรรมของบรรดาท่านผู้ทรงเกียรติที่ผมเคยรับรองดูแลในต่างประเทศขึ้นมาทันที

“ตอนหน้ามีสนุกกว่านี้อีกนะ จะบอกให้”