เจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติตะรุเตาแบ่งปันภาพถ่ายบน Facebook ที่แสดงก้อนหินพร้อมจดหมายที่ส่งกลับมาที่อุทยานโดยนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่พยายามสอบถามที่อยู่อุทยานทางออนไลน์และส่งสิ่งของโดยเฉพาะก้อนหินกลับมาโดยบอกเล่าเกี่ยวกับความโชคร้ายที่เกิดขึ้นหลังจากเอาก้อนหินกลับไปที่บ้าน


จดหมายฉบับหนึ่งบอกว่า “เมื่อแฟนและฉันใช้เวลาในช่วงวันหยุดฤดูหนาวที่เกาะเราถือหินก้อนหนึ่งออกจากเกาะหินงามตั้งแต่นั้นมาตลอด ปี 2019 เป็นปีที่ยากลำบากเต็มไปด้วยความสูญเสียมากมายและฉันหวังว่าจะเริ่มต้นปีใหม่ด้วยหลายสิ่งหลายอย่างกลับมา….


คุณช่วยฉันคืนมันได้ไหม ฉันเสียใจที่ไม่ดูแลอุทยานที่สวยงามของคุณด้วยการ มันสวยงามกว่าบนเกาะมาก (หน้ายิ้ม) ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือและความเข้าใจ”
ตัวอักษรและแพคเกจที่ประกอบด้วยหินที่ใช้เป็น "ของที่ระลึก" ได้กลับมาถึงเกาะจากทั่วโลก

วิดีโอที่บันทึกไว้เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่งานศพของทหารผ่านศึกชาวไอริช Shay Bradley พ่อของลูกสี่คนและปู่ของเด็กๆแปดคน แสดงให้เห็นฝูงชนของผู้มาร่วมไว้อาลัยรวมตัวกันในสุสาน ในขณะที่ปี่เริ่มบรรเลงเสียงเคาะดังขึ้นจากหลุมหย่อนโลงศพของแบรดลีย์ลงไปแล้ว



"สวัสดี? Hello! Hello?" เสียงบันทึกของแบรดลีย์ร้องออกมาจากใต้พื้นหกฟุต "ให้ผมออกไป! ผมอยู่ที่ไหน? สวัสดี!"

"ให้ฉันออกไปมันมืดมาก ****** นั่นคือผมเองได้ยินหรือไม่?" การบันทึกยังคงดำเนินต่อไปขณะที่ฝูงชนที่ร้องไห้น้ำตาไหลพร้อมเสียงหัวเราะ "ให้ผมออกไป!”

จากนั้นเขาก็จบประโยคสุดท้ายของเขาด้วยการพูดคุยกับฝูงชนด้วยเวอร์ชั่น Hello Neil Diamond ของเขาเอง

"สวัสดีอีกครั้งสวัสดีผมแค่ต้องการจะมาบอกว่า ... ลาก่อน"



แอนเดรียแบรดลีย์ลูกสาวของเขาได้โพสคลิปลงใน Facebook เมื่อวันอาทิตย์เพื่อแบ่งปันภาพการเล่นตลกซึ่งเธออธิบายว่าเป็น “การสั่งเสียก่อนตาย" ของพ่อของเธอ

"เล่นพิเรนตลอดเวลาและทำให้พวกเราทุกคนหัวเราะเมื่อเราต้องการมันนะพ่อ!” และ “หนูจะรักพ่อตลอดไป."



เล่ห์เหลี่ยมอันชาญฉลาดได้รับการดูมากกว่า 236,000 ครั้งในหน้า Facebook ของ Andrea เพียงอย่างเดียวและได้รับการแบ่งปันไปยังบัญชีอื่น ๆ อีกมากมายรวมถึงหน้าแฟนข่าวกองทัพกลาโหมไอริชกองกำลังทหารผ่านศึกไอริชซึ่งกล่าวว่าการเล่นตลกได้เตรียมไว้

หลังจากวิดีโอของพิธีตลกของพ่อของเธอกลายเป็นไวรัส Andrea ขอบคุณผู้ชม Facebook ของเธอทั่วโลกที่แสดงความสุขกับอารมณ์ขันที่อมตะของเขา

"ตัวฉันและครอบครัวของฉันเต็มไปด้วยการตอบรับที่น่าทึ่งและความคิดเห็นที่เราได้รับเกี่ยวกับงานศพของพ่อฉันเป็นตำนานอย่างแท้จริงและเป็นคนที่น่าทึ่งที่สุด!" เธอเขียน. “พ่อจะรู้สึกดีใจมากที่รู้ว่าได้มอบร้อยยิ้มและหัวเราะให้กับทุกคนมากแค่ไหนขอบคุณทุกคน"

สภาพอากาศแปรปรวนอย่างหนัก มีทั้งไต้ฝุ่นเข้าถล่มญี่ปุ่น และ เฮอร์ริเคน พัดขึ้นฝั่งในสหรัฐอเมริกาเมื่อไม่นานมานี้ แต่คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่าทั้งไต้ฝุ่นและเฮอร์ริเคนคือชื่อเรียกของ ” พายุหมุนเขตร้อน ” เหมือนกัน ทั้งยังมีชื่อเรียกอื่นอีก มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราวของพายุหมุนเขตร้อนนี้ให้มากขึ้นกัน


1. เฮอร์ริเคนคือพายุหมุนเขตร้อนที่เกิดในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือทะเลแคริบเบียน อ่าวเม็กซิโก และในมหาสมุทรแปซิฟิกแถบฝั่งทะเลด้านตะวันตกของประเทศเม็กซิโก การเกิดเฮอร์ริเคนจะส่งผลให้เกิดลมกรรโชกแรง ฝนตกหนักตามมา
2. พายุเฮอร์ริเคนเกิดขึ้นเหนือมหาสมุทรที่อุ่นใกล้เส้นศูนย์สูตร อากาศที่อุ่นและชื้นซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าอากาศเย็นจะลอยตัวสูงขึ้น และกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ ขณะกลั่นตัวเมื่อมีการคายความร้อนออกมา ความร้อนจะทำให้ อากาศเบื้องบนอุ่นขึ้น และลอยตัวสูงขึ้นไปอีก ส่วนอากาศเย็นไหลเข้าแทนที่ ก่อให้เกิดการไหลของอากาศแบบหมุนวนและกำลังแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ



3.ในขณะที่เฮอร์ริเคนกำลังหมุนวน ตรงกลางของเฮอร์ริเคนที่เรียกกันว่า “ตาพายุ” นั้น กลับเงียบสงบและปราศจากเมฆอย่างประหลาด ตาพายุจะถูกล้อมรอบด้วยกำแพงตาพายุ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสภาพอากาศรุนแรงที่สุด
คลิปวิดีโอนี้ทดลองบินเข้าไปดูว่าภายในตาเฮอร์ริเคนเออร์มาเป็นอย่างไร?



4. หากพายุเฮอร์ริเคนเกิดขึ้นในทะเลจะไม่เป็นอันตราย แต่หากมันมุ่งหน้าตรงมาสู่แผ่นดิน เฮอร์ริเคนจะสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงให้แก่ชีวิตและทรัพย์สิน
5. ความเร็วลมของเฮอร์ริเคนอาจสูงได้ถึง 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความรุนแรงมากขนาดนี้สามารถถอนต้นไม้ใหญ่ ตลอดจนทำลายอาคารบ้านเรือนได้
6. ในซีกโลกใต้ พายุเฮอร์ริเคนจะหมุนไปตามเข็มนาฬิกา ส่วนในซีกโลกเหนือ พายุเฮอร์ริเคนกลับหมุนทวนเข็มนาฬิกา สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลจากแรงคอริออลิส (Coriolis Force) แรงเสมือนที่เกิดจากการหมุนรอบตัวเองของโลก


7. เมื่อเฮอร์ริเคนขึ้นฝั่งจะก่อให้เกิด “คลื่นพายุ” (Storm Surge) หรือกำแพงน้ำที่ซัดเข้าฝั่งพร้อมพายุ อันเป็นผลจากแรงลม ในบางครั้งคลื่นพายุอาจสูงถึง 6 เมตร และมีความเร็ว 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สิ่งนี้คือภัยน่ากลัวที่มาพร้อมกับเฮอร์ริเคน

8. เฮอร์ริเคนยังมีชื่อเรียกว่า “ไต้ฝุ่น” และ “ไซโคลน” ขึ้นอยู่กับสถานที่เกิด หากเกิดในมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณชายฝั่งประเทศเม็กซิโกจะเรียกว่าเฮอร์ริเคน แต่หากเกิดในทิศตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ เช่น บริเวณทะเลจีนใต้ อ่าวไทย อ่าวตังเกี๋ย จะเรียกว่าพายุไต้ฝุ่น และหากเกิดในมหาสมุทรอินเดียเหนือ เช่น บริเวณอ่าวเบงกอล ทะเลอาหรับ จะเรียกว่าพายุไซโคลน
9. เฮอร์ริเคนขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาคือ ไต้ฝุ่น Tip เกิดขึ้นในปี 1979 ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก (บริเวณฟิลิปปินส์) เส้นผ่านศูนย์กลางกว้างถึง 2,220 กิโลเมตร หรือเทียบเท่ากับครึ่งหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว

10. ชื่อของเฮอร์ริเคนแต่ละลูกได้รับการแต่งตั้งโดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO โดยในแต่ละปีชื่อจะถูกตั้งเรียงตามตัวอักษร เพื่อง่ายต่อการเก็บข้อมูล และชื่อพายุอาจถูกนำมาตั้งซ้ำได้เมื่อเวลาผ่านไป 6 ปี อย่างไรก็ดีหากเฮอร์ริเคนลูกนั้นมีความรุนแรงจนก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมร้ายแรง ชื่อนั้นๆ จะไม่ถูกนำมาใช้ซ้ำอีก

CR National Geographic

ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่เป็นเกาะและต้องประสบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นประจำ จึงทำให้ประเทศญี่ปุ่นเรียนรู้และมีวิธีเตรียมรับมือกับภัยธรรมชาติอย่างดี โดยล่าสุดทางเพจ กลุ่มคนไทยขอทวงคืนทางเท้า ได้ออกมาเผยภาพ หลังจากที่เกิดน้ำท่วมในญี่ปุ่น แต่สิ่งที่เห็นคือน้ำที่ท่วมนั้นยังสะอาด แทบจะไม่มีขยะลอยให้เห็น พร้อมกับระบุว่า

ภาพนี้ถูกแชร์บนทวิตเตอร์เยอะมาก ที่ถ่ายภาพความสะอาด​ จนกลายเป็นคำถามว่า ทำไมน้ำท่วมในญี่ปุ่นถึงได้สะอาดขนาดนี้ ขออธิบายแบบนี้ว่า ก่อนหน้าที่พายุจะเข้า 3-4 วัน ทางการของญี่ปุ่นได้มีการออกประกาศ เพื่อขอให้ประชาชนในพื้นที่ที่พายุจะเคลื่อนผ่าน ทำการเก็บขยะ สิ่งของต่างๆ รวมถึงกระถางต้นไม้ให้อยู่เหนือน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ขยะลอยไปกับกระแสน้ำ ส่วนเจ้าหน้าที่ในเขตเทศบาลต่างๆ ในจังหวัดที่รับอิทธิพลจากพายุก็เข้าทำการลอกท่อ ทำความสะอาดท่อระบายน้ำ พร้อมกับพร่องออกจากท่อระบายน้ำและลำรางสาธารณะ​ให้หมด เพื่อให้ไม่มีสิ่งอุดตันเมื่อต้องรับน้ำเข้ามาใหม่จากฝนที่พายุไต้ฝุ่น​ฮาบีกีสหอบมาด้วย

แต่น้ำที่ใสๆ นี้จะเห็นได้ในเขตตัวเมืองเท่านั้น เพราะถ้าหากว่าเป็นพื้นที่ชุมชนบริเวณใกล้กับเชิงเขา หรือใกล้กับบริเวณที่มีดินโคลน น้ำก็จะมีสีขุ่นแดง แต่ก็ไม่มีขยะลอยมากับกระแสน้ำ ซึ่งนี่คือเป็นการร่วมมือของประชาชนในการที่จะรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยที่ประชาชนชาวญี่ปุ่นทุกคนกระตือรือร้นที่จะมีส่วนร่วมในการรับมือกับภัยพิบัตินี้ ไม่ปล่อยให้เป็นภาระของเจ้าหน้าที่โดยตรงเพียงฝ่ายเดียว เพราะการที่ชาวญี่ปุ่นเจอภัยพิบัติต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องหลายพันปี ทำให้คนญี่ปุ่นมีคำๆ นึง ที่เอาไว้พูดกันในช่วงเวลาที่จะต้องเจอเหตุการณ์ร้ายๆ ว่า ทุกคนต้องสามัคคีกัน เพราะความสามัคคีจะทำให้ประเทศชาติของพวกเขาอยู่รอด

หันกลับมามองบ้านเราเอายังงัยดี ?

คลองภักดีรำไพ เป็นคลองขุดสายหนึ่งในอำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี คลองนี้เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ใช้สำหรับแก้ปัญหาอุทกภัยในชุมชนริมแม่น้ำจันทบุรี มีหน้าที่ระบายน้ำจากแม่น้ำดังกล่าวลงสู่อ่าวไทย



แต่เดิมตัวเมืองจันทบุรีเป็นเมืองอกแตกคือมีแม่น้ำจันทบุรีไหลผ่านกลางเมือง กอปรกับเป็นหัวเมืองภาคตะวันที่ติดกับชายฝั่งทะเลมีฝนชุก ยามฤดูฝนก็จะเกิดอุทกภัยด้วยเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ มีปัญหาน้ำเซาะตลิ่ง และแม่น้ำเองก็มีความโค้งมากทำให้น้ำระบายช้า หากเป็นหน้าแล้งก็น้ำไหลสู่ทะเลเสียหมดไม่สามารถกักเก็บได้ครั้นในปี พ.ศ. 2542 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในตัวเมืองเนื่องจากฝนชุกนัก เกิดปริมาณน้ำหลาก 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้ำส่วนเกินได้ทะลักเข้าสู่ย่านชุมชน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 85,000 คน ความเสียหายราว 2,118.67 ล้านบาท และยังเกิดซ้ำในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2544 และเดือนตุลาคม พ.ศ. 2549


ในปี พ.ศ. 2551 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระราชทานแนวพระราชดำริโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรี โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้น้อมนำแนวพระราชดำริมาประสานงานแบบบูรณาการเพื่อวางแนวทางการบริหารจัดการน้ำ พร้อมทั้งก่อสร้างแก้มลิงเพื่อเก็บกักน้ำในช่วงน้ำหลากเพิ่มเติม จนกลายมาเป็นโครงการบรรเทาอุทกภัยตัวเมืองจันทบุรีตามพระราชดำริ รัฐมนตรีมีมติอนุมัติเปิดโครงการเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2552 ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี (ปีงบประมาณ 2552-2557) วงเงิน 3,500 ล้านบาท
ชื่อคลองได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า คลองภักดีรำไพ (อักษรโรมัน: Bhakti Rambhai)มีความหมายว่า “คลองที่แสดงความจงรักในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7”ด้วยเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงที่เคยมาประทับในจังหวัดนี้
หลังเสร็จสิ้นการก่อสร้างคลองดังกล่าว ตัวเมืองจันทบุรีก็ไม่ประสบกับอุทกภัยอีก ทั้งยังมีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคในหน้าแล้งเพียงพอ และถือเป็นโครงการในพระราชดำริลำดับสุดท้ายในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่พระราชทานแด่จังหวัดจันทบุรี


วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดคลองภักดีรำไพ ณ ประตูระบายน้ำปากคลองภักดีรำไพ เทศบาลเมืองจันทนิมิต จังหวัดจันทบุรี