โพสขายของเฟสส่วนตัวใส่ราคา ค่าเงิน โดนเฟสบุคปิดกันการมองเห็นมากขึ้น สังเกตุจากยอดไลท์ได้ว่าน้อยลง  ดังนั้นต่อไปนี้ "การโพสต์ขาย" บนเฟสบุคส่วนตัวหรือโปรไฟร์คงจะต้องเลิกรากันไปในเวลาอันสั้น อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่ใช้จมูกพี่มาร์คหายใจขายของบนเฟสส่วนตัวจนมีเพื่อนเต็ม 5000 คน มีผู้ติดตามเป็นหมื่นเป็นแสนเรามีวิธีแก้ปัญหาการปิดกั้นการมองเห็นหรือลดจำนวนการมองเห็นของเฟส เพื่อบีบให้เราซื้อโฆษณามาเล่าให้ฟัง
 
  1. 1. วิธีขอสติกเกอร์ วิธีแกล้งพิมพ์ผิด เช่น Vาย แทน ขาย มันใช้ไม่ได้หรอกการใช้ภาษาผิดหลักไวยกร FB ก็ห้ามอยู่แล้วดีไม่ดีโดนแบนเลยก็ได้
  2. 2. เข้ากลุ่มขายของใหม่ๆ อันนนี้หลายคนคงรู้และทำอยู่แล้ว FB มีการดันการมองเห็นใน group มากขึ้น พยายามให้เราเข้ากลุ่มใหม่ ๆมีการดันโพสต์​ในกลุ่มที่เรา join แล้ว เข้ามาใน newsfeed มากขึ้น ดัวนั้นการเข้ากลุ่มขายสินค้า หรือแม้แต่ตั้งกลุ่มขายสินค้าเองพอจะช่วยได้ แต่คนขายก็ต้องทักลยุทธไปแข่งขันกับแม้ค้าคนอื่นในกลุ่มและต้องระวังไม่ทำผิดกติกาของกลุ่มด้วย
  3. 3. สร้างแฟนเพจขายสินค้าตามกติกาของเฟสบุ๊ค บางคนบอกว่าแฟนเพจยิ่งมีคนเห็นน้อย แต่ลืมไปว่าการสร้างแฟนเพจมันจะช่วยให้เราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ด้วยเครื่องมือทางการตลาดที่ FB มีให้ เช่น การตั้งเวลาโพสต์​ หรือแม้แต่การโฆษณา สำหรับคนที่มีผู้ติดตามในเฟสส่วนตัวเยอะ คุณก็แค่โพสต์ในเพจแล้วแชร์มาลงเฟสส่วนตัวที่เคยขายของ แค่นี้คุณก็ได้ขายสินค้าให้กับลูกค้าที่อยู่ในเฟสส่วนตัวเดิมแล้ว (อย่าลืมชวนเค้ากดไลค์เพจใหม่ด้วย)
  4. เนื้อหาในเพจอย่าโพสต์ซ้ำซาก เพราะ FB จะมีระบบตรวจจับเนื้อหาว่ามีคุณภาพดีมั้ย ถ้าคุณโพสต์อะไรที่ซ้ำซาก ไม่ว่าในกลุ่มขายของ หรือ ในเพจ ยอดคนมองเห็นจะน้อยลงเรื่อยๆ
  5. 4. สังเกตุให้ดี การโพสต์แต่ละแบบจะมียอดคนเห็นไม่เท่ากัน เพราะ FB เองก็พยายามปรับเงื่อนไขการมองเห็นให้ตัวเองได้ประโยชน์โดยบีบให้คนขายของซื้อโฆษณา แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามมีเนื้อหาล่อให้คนอ่านติด FB อยู่ ดังนั้นคนขาย ต้องสังเกตุให้ดีว่าตอนนี้ FB ดันโพสต์แบบไหนอยู่ เช่นเป็น ภาพ คลิปวิดีโอ หรือไลฟ์สด เพราะในช่วงที่ผ่านมา FB พยายามจะดันการไลฟ์สด แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ทำให้ยอดคนดูไลฟ์ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่ว่าลูกค้าไม่สนใจ แต่เวลาเราไลฟ์แล้วพี่มาร์ค ไม่แจ้งเตือน ! ทำให้คนดูลดลง ดังนั้นคุณพ่อค้าแม่ค้าที่จะไลฟ์สด ก็ต้องปรับตัวด้วยการ แจ้งลูกค้าล่วงหน้า และไลฟ์สดให้เป็นเวลาประจำ ลูกค้าจะได้ตามดู
  6. 5. โพสต์ ให้ตรงเวลา ขยันโพสต์ แต่อย่าโพสต์ขายของอย่างเดียว โพสต์สาระที่เป็นประโยน์กับลูกค้า ลูกเพจด้วย เพราะ FB มันมีช่วงปล่อยผีที่อยู่ดีๆ ก็ปล่อยให้คนมองเห็นโพสต์เราเยอะ เฉยเลย ถ้านาทีนั้นเราโพสต์ไปพอดีเราจะได้ยอดไลค์ถล่มทลายแบบไม่ต้องลงทุนเลย
  7. 6. บางทีก็ต้องเสียเงินโฆษณา แต่ต้องทำแอดดีๆ และกำหนดเป้าหมายชัดๆก่อนยิงโฆษณา พูดง่ายแต่ทำยาก แต่ก็ต้งทำ ในภาวะการแข่งขันสูงและมีเงืนอไขของ FB บีบเข้ามาบางทีเราก็ต้องยิงโฆษณาบ้าง แต่ต้งดูให้ดี วางแผนการใช้เงินให้คุ้มค่า ดูผลลัพธิ์และยอดขายจากการโฆษณาแต่ละครั้งให้ดี
  8. 7. หาความรู้ใส่ตัวและประบกลยุทธการขายการโพสต์ตลอดเวลา อย่าใช้วิธีเดิมๆ เพราะ FB และสื่อโซเชี่ยลอื่นๆ มีการปรับตัวปรับวิธีการมองเห็นโพสต์อยู่เรื่อยๆ เราต้องเรียนรู้ที่จะสู้กับมัน
  9. 8. อย่ายึดติดขยับขยายหาแพลทฟอร์มอื่น เช่น TikTok IG Twitter Reddit ควบคู่ไปด้วย
  10. 9. ขยันและอย่าท้อ คิดซะว่าอย่างน้อยการขายของบนเฟสบุ๊คมันไม่ได้ลงทุนหน้าร้าน แค่ลงแรง ขายได้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร โพสต์ไว้ก่อน (คิดก่อนโพสต์อย่ามั่ว)

แม้สภาพความเป็นจริงในสังคมชนบท เด็กรุ่นใหม่ต่างทิ้งท้องทุ่ง มุ่งหน้าใช้ชีวิตในสังคมเมือง ขณะที่คนในเมืองส่วนหนึ่งอยากทำการเกษตร ใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่มีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่มีน้อยนิดทำให้บัณฑิ ตด้านเภสัชกรสาว “สาธนี สกุลวัฒนะ” หรือ”น้องหนุ่น”ค้นคิดออกแบบ โรงเรียนเพาะเห็ดขนาดจิ๋ว หรือโรงเรือนเพาะเห็ดมินิ สำหรับพื้นที่ 3.5-4 ตารางเมตร ก็สามารถเพาะเห็ดไว้บริโภคและเหลือให้ขายได้ ใช้เวลาเพียง 3 เดือนก็คืนทุนได้แล้ว

สาธนี บอกว่า เกิดมาในครอบครัว ประกอ บธุรกิ จโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่ฟาร์ม KTF Organic Land ตั้งอยู่พื้นที่หมู่ 15 ต.พระแท่น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี มานานกว่า 20 ปีแล้ว จนเป็นที่รู้จักกันในวงการเกษตรทำให้ เธอ ตั้งใจว่าจะต่อยอดธุรกิจต้นน้ำของครอบครัวจากที่ผลิ ตปุ๋ยอินทรีย์ มาทำเกษตรอินทรีย์เพาะปกติมีแปลงปลูกพืชที่ทำแปลงสาธิตปลูกพืชเพื่อทดสอบปุ๋ยควบคู่มาตลอดอยู่แล้ว

คุณสาธนี สกุลวัฒนะ หรือคุณนุ่น หญิงสาวอัธยาศัยดีวัย 26 ปี พี่สาวคนโตในบรรดาพี่น้อง 3  คน ทายาทเจ้าของบริษัท ปุ๋ยอินทรีย์ เกษตรไทย หรือเคทีเอฟ จำกัด และเจ้าของออร์แกนิก แลนด์ ริม ถ.กำแพงแสน-พระแท่น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ซึ่งคุณนุ่น คือ เจ้าของไอเดีย โรงเพาะเห็ดมินิ หรือ บ้านเห็ด

ทุกวันนี้ คนในเมืองที่มีพื้นที่ไม่มากนัก ก็อยากทำเกษตรเหมือนกัน ประกอบกับปัจจุบันเห็ดเป็นที่นิยมบริโภค ขอ งคนในกลุ่มรักสุขภาพ จึงลองมาทำเป็นโรงเรือนเพาะต้นแบบสำเร็จรูป ใช้เวลาในการพัฒนารูปแบบกว่า 1 ปี จนได้โรงเรือนเพาะเห็ดมินิ 2 รูปแบบ คือ แบบโครงสร้างถาวร สามารถยกไปทั้งหลั งและแบ บถอดประกอบได้ หรือน็อคดาวน์ ขนาดเท่ากัน ปรา ก ฎว่าได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างดี”สาธนี กล่าวสำหรับโรงเรือนเพาะเห็ดมินิทั้ง 2 แบบ มีขนาดเท่ากันคือ ความกว้าง 1.70 เมตร x ความยาว 1.70 เมตร สูง 2.10 เมตร มีโครงสร้างหลักที่ประกอบด้วย โครงเหล็ก, ผ้าใบมุงหลังคา, ซาแรนคลุมรอบโรงเรือน, เชือกหรือแพแขวนสำหรับวางก้อนอาทิ นางฟ้าภูฏาน นางรมฮังการี เป๋าฮื้อ หูหนู ขอนดำ-ขอนขาว ฯลฯ การเพาะเห็ดในโรงเรือนเห็ดมินิตามแบบฉบับของเรา

หลังจากที่เอาก้อนเห็ดไปวางแล้ว ใช้เวลา 4 วันเห็ดจะออกดอกแล้วสามารถเก็บได้นานถึง 3-4 เดือน จะได้เห็ดรวม 250-300 กก.ต่อรุ่น หากขาย กก.ละ 60 บาทก็จะได้ 15,000-18,000 บาท รุ่นเดียวก็คุ้มทุนแล้ว แต่ช่วงแรกๆหากเรายังไม่มีประสบการณ์อาจได้ แค่ 100 กก.ต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ

โรงเรือนสามารถบรรจุก้อนเห็ดได้ 504 ก้อน นำก้อนเห็ดมาแขวนกับคานโรงเรือนในแนวดิ่ง เพื่อให้ก้อนเห็ ดลอยอยู่เหนือพื้น โรงเรือน 4 ด้าน แขวนก้อนเชื้อเห็ดได้ 42 แถว แถวละ 12 ก้อน โยกย้ายเคลื่อนที่ได้สะดวกสบาย อายุการใช้งาน 4 – 5 ปี 

หลังจากเปิ ดจุกก้อ นเห็ด ประมาณ 1–2 สัปดาห์  เห็ดจะเริ่มมีผลผ ลิตให้เก็บเกี่ยว 2-3 วันแรก เก็บเห็ดได้เฉลี่ยวันละ4-5 กิโลกรัม หลังจากวันที่ 5 เป็นต้นไป จะเก็บเห็ดได้เฉลี่ยวันละ 8 ขีด – 1 กิโลกรัม ก้อนเ ห็ดมีอายุให้เก็บได้ถึง 4 เดือน


ด้านราคาโรงเพาะเห็ดมินิ คุณนุ่น  บอกว่า โรงเพาะเห็ดแบบถอดประกอบ หรือเคลื่อนย้านได้ ราคา 13,000 บาท ส่วนโรงเพาะเห็ดที่ไม่สามารถถอดประกอบได้ 10,000 บาท

ปัจจุบัน หญิงสาวขายก้อนเห็ด ราคาก้อนละ 10 บาท มีออร์เดอร์ 100,000 ก้อนต่อเดือน

คุณนุ่น ทิ้งท้ายว่า การเพ าะเห็ ดในโรงเพาะเห็ดเคลื่อนที่ได้ ไซซ์มินิ หลังจากที่เอาก้อนเห็ดไปวางแล้ว เเละเห็ดเปิดจุก ใช้เวลา 2-3 วัน เห็ดจะอ อกดอ ก สามารถเก็บได้นานถึง  4 เดือน เห็ดเเต่ละรุ่น จะได้ผลผลิตราว 250-300 กิโลกรัม

สำหรับท่านที่สนใจ
สามารถติดต่อที่ เบอร์ 080-0044-024
,ไลน์ @ktf.organicland (มี @ ด้วยนะคะ หรือคลิก line://ti/p/@cyj3121i )
หรือจะลองสอบถามไปทางเฟสบุ๊ค http://facebook.com/ktf.organicland/

CR ไทนรัฐออนไลน์

 

 

โปรแกรมเที่ยวจันทบุรี 3 วัน 2 คืน แบบเที่ยวทุกรูปุแบบทั้งทะเล และชุมชน

 

#โปรพิเศษทางเพจและไลน์เท่านั้น #พักได้ทุกวัน
ห้องซูพีเรียเตียงแฝดไม่รวมอาหารเพียง 650 ต่อคืน จองตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ก.ค. เข้าพักได้ถึงวันที่ 20 ธันวาคม 63 จะจองวันเข้าพักเลยหรือจะซื้อเป็นคูปองไว้เพื่อเลือกวันพักในวันหลังก็ได้
หรือจะซื้อโปรซ้อนโปรสุดคุ้ม ห้องพัก 2 คืน หรือ 2 ห้อง 1 คืนพร้อมอาหารเช้า แถมบัตรโอเอซิส 2 ใบ เพียงกัน 1,700 บาท จากราคาเต็ม 2,060 บาท(ราคาโปร)
จองวันนี้พักได้ถึงสิ้นปี ราคาดี โรงแรมดี ครั้งนี้ครั้งเดียว
#เที่ยวจันท์ให้หายคิดถึง #ที่พักจันทบุรี ต้องที่เคพี แกรนด์

✅ ห้องพักสะอาด มาตรฐานความปลอดภัย SHA
✅ ใกล้แหล่งท่องเที่ยว #ชุมชนริมน้ำจันทบูร #โบสถ์คาทอลิค #วัดไผ่ล้อม #ชุมชนขนมแปลกริมคลองหนองบัว
✅ ห่างสถานีขนส่ง (บขส.) เพียง 1 กม.

สามารถสอบถามเพิ่มเติมผ่าน Inbox เพจเฟสบุค KP Grand Hotel โรงแรม เคพีแกรนด์ จันทบุรี หรือ Line Id : @kpgrand
☎️ 082-7168475 , 0-3932-3201-5

✨ สำหรับงานประชุมสัมมนาติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ฝ่ายขาย
📞 081-4425876
📞 081-6215433
📞 088-2030390

Line Id : SalesKPgrand
📧 This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

 

 

 

ที่ช่องYouTube tehcie_ray ได้ใช้เทคโนโลยี Machine Learning ในการวัดวิเคราะห์ถึงเปอร์เซนต์ความพร้อมในการเต้นของวง K-Pop ทั้งฝั่งชายและหญิง โดยในคลิปนี้จะเป็นการอธิบายให้เข้าใจถึงหลักการที่เขานำมาใช้ในการวิเคราะห์ความพร้อมเพรียงในการเต้นของแต่ละวง

โดยจะเป็นการวิเคราะห์จากคลิปวีดีโอที่เลือกมาแล้ว แยกออกมาแบบเฟรมต่อเฟรม โดยเลือกจากพาร์ทที่แต่ละวงเต้นในท่าเดียวกันเท่านั้น ในการวิเคราะห์มีการใส่ที่เรียกว่า Confidence Score เข้ามาเพื่อช่วยชี้ให้เห็นถึงความแม่นยำในการวิเคราะห์ เนื่องจากบางคลิปอาจเกิดข้อผิดพลาดในเรื่องไฟล์ หรือไลน์การเต้นที่ทำให้ระบบจับท่าเต้นได้ไม่ชัดเจน

คลิปอธิบายการขั้นตอนการวิเคราะห์ ภาค 1 (ภาค 2 ยังไม่มา)

 

ผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์ในแต่ละวงจะออกมาเป็นคะแนนประมาณนี้

IZ*ONE – 95.87%

Confidence Score: 86.74%

 

LOONA – 94.72%

Confidence Score: 85.67%

 

Dreamcatcher – 94.55%

Confidence Score: 91.95%

 

WJSN – 94.54%

Confidence Score: 86.34%

 

ITZY – 94.42%

Confidence Score: 94.51%

 

Weki Meki – 94.09%

Confidence Score: 89.08%

 

GFRIEND – 93.79%

Confidence Score: 93.54%

 

MOMOLAND – 93.17%

Confidence Score: 93.74%

 

TWICE – 92.77%

Confidence Score: 94.37%

 

Oh My Girl – 92.65%

Confidence Score: 89.05%

 

CLC – 91.96%

Confidence Score: 94.48%

 

BLACKPINK – 91.32%

Confidence Score: 94.56%

 

(G)I-DLE – 90.12%

Confidence Score: 80.21%

 

EVERGLOW – 89.98%

Confidence Score: 90.95%

 

Red Velvet – 89.79%

Confidence Score: 89.48%

 

 

 

อนาคา (Anaka) ลูกลิงกอลิล่าที่เกิดในสวนสัตว์แอตแลนต้าเมื่อปี 2013 เป็นเจ้าของมือที่มีผิวหนังคล้ายมนุษย์ ซึ่งภาพนี้แสดงให้เห็นว่าลิงกอริลลาและคนมีความใกล้เคียงกันมากขนาดไหน นี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไปทางโซเชียลอย่างมากมาย ข้อมูลจาก wikipedia บอกว่าดีเอ็นเอของคนและลิงมีความใกล้เคียงกันมากถึง 95-99%