รายงานจากทางเพจ Korat เมืองที่คุณสร้างได้ว่า แจ้งว่า ห้างสรรพสินค้า เทอร์มินอล21โคราช  จะไม่เก็บค่าเช่าตลอดทั้งเดือนกุมภาพันธ์

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.63 ก่อนเปิดให้บริการในวันที่ 13 ก.พ.ทาง ศูนย์การค้า“เทอร์มินอล21โคราช” ได้ส่งหนังสือแจ้งกับผู้ประกอบการร้านค้าที่เช่าพื้นที่ภายในศูนย์การค้าฯว่า

“จากเหตุการณ์ที่น่าส ะ เ ทื อ น ใ  จ ที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการเปิดให้บริการของ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21โคราช และส่งผลต่อการดำเนินกิจการของร้านค้าภายในศูนย์ฯให้ไม่ได้รับความสะดวกแล้วนั้นเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระต้นทุนทางธุรกิจของท่าน ทางศูนย์ฯ ยินดียกเว้นการเก็บค่าเช่า ค่าบริการ และค่าสาธารณูปโภค ของศูนย์การค้าเทอร์มินอล21โคราช สำหรับของเดือนกุมภาพันธ์ทั้งเดือน"

ผู้ทราบข่าวต่างชื่นชมนโยบายของห้างและบอกว่าจะช่วยกันอุดหนุนร้านค้าถ้ามีโอกาสผ่านไป Terminal 21  เป็นห้างสรรพสินค้าที่มีนโยบายในการสนับสนุนชุมชนให้ได้สินค้าราคายุติธรรม โดยเฉพาะศูนย์อาหารที่มีราคาถูก ทำให้ได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคทั้งสาขาใน กทม.และสาขาต่างจังหวัด

ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวโคราช ผู้ประกอบการและห้างสรรพสินค้าให้ก้าวต่อไปด้วยกัน

 

ซากดึกดำบรรพ์ของเต่าขนาดของรถยนต์ถูกค้นพบทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้

 

  เต่า - Stupendemys geographicus - เชื่อกันว่าได้ท่องไปทั่วภูมิภาคระหว่าง 13 และ 7 ล้านปีก่อน  ซากดึกดำบรรพ์ถูกพบในทะเลทรายทาทาโคอาของโคลัมเบียและภูมิภาคอูรุมโกของเวเนซุเอลา 

ฟอสซิล Stupendemys แรกถูกค้นพบในปี 1970 แต่ความลึกลับมากมายยังคงอยู่เกี่ยวกับสัตว์ยาว 4 เมตร  มันเกี่ยวกับขนาดและน้ำหนักของรถเก๋งและอาศัยอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ในอเมริกาใต้ตอนเหนือก่อนแม่น้ำ Amazon และ Orinoco ก่อตัวขึ้น

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา ผู้ก่อการร้าย ใช้อาวุธปืนกราดยิงจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย

เพจเฟสบุ๊ค วารินชำราบบ้านเฮา อุบลราชธานี ได้เปิดเผยข้อมูลของผู้กล้าอีกหนึ่งคน คือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในห้าง เทอร์มินอล 21 ที่ได้เอาตัวเข้าบังกระสุนแทนประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์จนทำให้เสียชีวิต โดยทางเพจ วารินชำราบบ้านเฮา อุบลราชธานี ได้ออกมาโพสต์ภาพการสนทนาของผู้ที่รอดชีวิตจากการเสีนสละของพี่ บุญเอื้อ

พร้อมระบุข้อความว่า "ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวพี่อำนาจ บุญเอื้อ คน บ้านเขื่องกลาง อ เขื่องใน จ อุบล พี่คือฮีโร่ตัวจริง คนที่รับลูกกระสุนคือน่าจะเป็น พี่อำนาจ ขอคาราวะวีรกรรม ความกล้า และ ความเสียสละด้วยครับ และ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งครับ"

ฝากแชร์ฝากบอกต่อเพื่อให้หลายๆหน่วยงานช่วยกันดูแลครอบครัวของพี่เค้าด้วยนะ

พ่อค้าแม่ค้าเข้าไปเคลียร้านหลังจาที่ห้างเทอร์มินอล 21 โคราชเปิดให้เข้าไปได้ หลายร้านแปลกใจที่มีเงินวางอยู่พร้อมข้อความจากเจ้าหน้าที่ว่า ได้กินขนมและน้ำไปเลยจ่ายค่าของไว้ ท่านเหล่านี้มาทำงานหิวและเหนื่อย ก็คงต้องหาเสบียงบ้าง แต่ยังมีใจในการจ่ายเงิน น่ารักน่านับถือจริงๆ

คุณ Supavadee Klangsoonneon โพสข้อความในเฟสบุ๊ค ว่าในวันที่เรายังเศร้า กับความรู้สึกเหตุการณ์ เพื่อนส่งรูปมาให้ ..เพื่อนเราไปเก็บร้าน หลังเหตุคนร้ายกราดยิง ที่เทอร์มินอล 21 โคราช แล้วเจอเงินจำนวนหนึ่ง พร้อมกับ เขียนข้อความว่า.... "ค่าน้ำจ่ายไว้ 500 บาท นะครับ จาก จนท."

“วันนี้เพื่อนเข้าไปเก็บร้าน เพื่อนถ่ายมาให้ดู เห็นภาพ กลั้นน้ำตาไม่อยู่จริงๆ ยังมีความรักอยู่ในเพื่อนมนุษย์ ยังมีความเห็นใจกัน เราแค่คิด ให้เจ้าหน้าที่ทานไปเลยนะ นี่พี่เขาวางเงินไว้ ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่า ในความเลวร้าย ยังมีเรื่องราวดีๆ ให้จดจำ รักเลย”

และล่าสุดได้ทราบชื่อเจ้าของเงิน 500 กว่าบาท ที่จ่ายค่าน้ำค่าขนม และข้อความที่จานกระดาษ เป็นเงินที่ รองเอ็ม พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบก.ปคม. วางไว้ให้เจ้าของร้าน ที่คอมมานโด กินน้ำ กินขนม ทั้งก่อนและหลังปะทะ

พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบก.ปคม.เจ้าของเงิน 500

ถ้าร้านไหน เห็นเงินวางไว้อีก 800 กว่าบาทให้รู้ว่า เป็นเงินค่าน้ำของคอมมานโด ที่ รองอ้อ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รองผบช.ภ.3 วางไว้ให้เจ้าของร้าน

สุดท้ายร้านโดนัท น่าจะเห็นเงิน 1000 บาท วางไว้ที่ตู้โดนัท เป็นเงินค่าโดนัท 1 ชิ้น ที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กินก่อนเข้าปะทะ ผบ.แป๊ะ จึงวางเงินไว้ให้ 1,000 บาท

ท่านที่ว่างเงินไว้ท่านทำให้คนไทยชื้นใจทั้งประเทศเลย ขอบพระคุณมาก

วันมาฆบูชาเริ่มต้นขึ้นภายหลังที่พระพุทธเจ้าได้เสด็จเดินทางไปปฏิบัติพุทธกิจแสดงธรรม ณ ถ้ำสุกรขาตาเสร็จสิ้นแล้ว พระองค์ได้เดินทางกลับมาประทับที่วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ เมื่อหลังจากที่พระองค์ได้ทรงตรัสรู้ไปเป็นเวลา 9 เดือน

ในวันที่พระองค์เสด็จกลับมาประทับตรงกับวันเพ็ญ เดือนมาฆะ หรือเดือน 3 ในเวลาบ่าย พระอรหันตสาวกได้เดินทางมามาเข้าเฝ้าพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ สถานที่ประทับของพระพุทธเจ้า อันประกอบไปด้วย คณะศิษย์ของชฎิล 3 พี่น้อง จำนวน 1,000 รูป และคณะของพระอัครสาวก จำนวน 250 รูป รวมจำนวนได้ 1,250 รูป โดยในจำนวนนี้มิได้นับรวมชฎิล 3 พี่น้องและอัครสาวกทั้ง 2 ซึ่งการเดินทางมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในวันมาฆฤกษ์นี้นับเป็นการเข้าประชุมของพระอรหันต์ผู้เป็นมหาสังฆนิบาติ และประกอบด้วย องค์ประกอบอัศจรรย์ทั้ง 4 ประการที่เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต อันประกอบไปด้วย

  1. พระสงฆ์สาวกมาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายเป็นจำนวน 1,250 รูป ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ
  2. พระสงฆ์ที่เดินทางมาประชุมทั้งหมดต่างล้วนแต่เป็น เอหิภิกขุอุปสัมปทา หรือการเป็นพระสงฆ์โดยได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง
  3. พระสงฆ์ทั้งหมดที่มาประชุมล้วนแล้วแต่เป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา 6
  4. วันที่พระสงฆ์มาประชุมตรงกับวันเพ็ญมาฆปุรณมีดิถี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงกำลังเสวยมาฆฤกษ โดยอาจเรียกวันนี้เป็นอีกคำหนึ่งได้ว่า วันจาตุรงคสันนิบาต หรือวันที่มีการประชุมพร้อมด้วยองค์ 4

มูลเหตุวันมาฆะบูชา

ภายหลังจากที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้เมื่อวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 6 และได้ทรงประกาศพระศาสนา อีกทั้งได้มีการส่งพระอรหันตสาวกออกไปจากริกเพื่อเผยแพร่พระทุทธศาสนายังสถานที่ต่างๆ ล่วงมาก็นับเป็นเวลาได้ 9 เดือน แต่เดิม พระสงฆ์เหล่านี้เคยนับถือศาสนาพราหมณ์อยู่ก่อนที่หันมานับถือพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า และระลึกได้ว่าในวันที่พระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3) เป็นสำคัญของศาสนาพราหมณ์ ซึ่งเหล่าผู้ศรัทธา พราหมณลัทธินิยมถือกันว่าวันนี้เป็นวันศิวาราตรี โดยจะทำการบูชาพระศิวะด้วยการลอยบาป หรือล้างบาปด้วยน้ำ แต่บัดนี้ตนได้เลิกนับถือในลัทธิเดิม หันมานับถือพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าแล้ว เห็นว่าควรเปลี่ยนเป็นเดินทางไปเข้าเฝ้าเพื่อฟังพระสัทธรรมจากพระพุทธเจ้า จึงทำให้พระอรหันต์เหล่านี้ที่เคยปฏิบัติศิวาราตรีอยู่เดิม พร้อมใจกันไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าโดยมิได้นัดหมาย

โอวาทปาฏิโมกข์

เมื่อพระพุทธเจ้าได้ทรงทอดพระเนตรเห็นมหาสังฆนิบาต อันประกอบไปด้วยเหตุอัศจรรย์ทั้ง 4 หรือที่เรียกกันว่า จาตุรงคสันนิบาต พระองค์จึงทรงเห็นเป็นโอกาสอันสมควรที่จะแสดง โอวาทปาฏิโมกข์ อันเป็นหลักคำสอนสำคัญซึ่งเป็นหัวใจหลักของพระพุทธศาสนาแก่ที่ประชุมของพระสงฆ์เหล่านี้ เพื่อเป็นการวางจุดหมาย หลักการ รวมถึงวิธีการเข้าถึงพระพุทธศาสนาแก่พระอรหันตสาวกและพุทธบริษัททั้งหลาย พระพุทธองค์จึงทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์เป็นพระพุทธพจน์ 3 คาถากึ่ง ท่ามกลางมหาสังฆสันนิบาต มีใจความดังนี้

พระพุทธพจน์คาถาที่สอง

พระพุทธองค์ทรงกล่าวถึงวิธีการอันเป็นหัวใจสำคัญเพื่อเข้าถึงจุดมุ่งหมายของพระพุทธศาสนาแก่พุทธบริษัททั้งปวงที่เรียกว่า หลักการ 3 อันประกอบไปด้วย

  1. การไม่ทำชั่วทั้งปวง
  2. การบำเพ็ญแต่ความดี
  3. การทำจิตใจของตนให้ผ่องใสเป็นอิสระจากกิเลสทั้งปวง

พระพุทธพจน์คาถาแรก

พระพุทธองค์ทรงกล่าวถึง พระนิพพาน ว่าเป็นจุดมุ่งหมาย หรืออุดมการณ์อันสูงสุดของบรรพชิตและพุทธบริษัท อันมีลักษณะที่แตกต่างจากศาสนาอื่น ดังพระบาลีที่ว่า นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา หรือที่เรียกว่า อุดมการณ์ 4 อันประกอบไปด้วย

  1. ความอดทนอดกลั้นเป็นสิ่งที่นักบวชในศาสนานี้พึงยึดถือ อีกทั้งเป็นสิ่งที่ต้องใช้ประสบกับสิ่งที่ไม่ชอบใจทุกอย่างที่ต้องเจอในชีวิตนักบวช อาทิ ประสงค์ร้อนได้เย็น ประสงค์เย็นได้ร้อน
  2. การมุ่งให้ถึงพระนิพพานที่เป็นเป้าหมายหลักของผู้ออกบวช มิใช่สิ่งอื่นนอกจากพระนิพพาน
  3. พระภิกษุและบรรพชิตในพระธรรมวินัยนี้ (ภิกษุณี สามเณร สามเณรี สิกขมานา) ไม่ถึงทำให้ผู้อื่นลำบากด้วยการทำความทุกข์กาย หรือทุกข์ใจไม่ว่าจะในกรณีใดๆ
  4. พระภิกษุ ตลอดจนบรรพชิตในพระธรรมวินัยนี้ ต้องขอแก่ทายกด้วยอาการที่ไม่เบียดเบียน (ไม่เอ่ยปากเซ้าซี้ขอและไม่ใช้ปัจจัยสี่อย่างฟุ่มเฟยจนเดือดร้อนทายก)

โดยพระพุทธพจน์คาถาที่สองนี้ในโอวาทปาฏิโมกข์ที่พุทธศาสนิกชนมักท่องจำไปปฏิบัติ ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในคาถาสามคาถากึ่งเท่านั้น

พระพุทธพจน์คาถาที่สาม

พระพุทธองค์ทรงกล่าวถึงหลักการปฏิบัติของพระสงฆ์ผู้ทำหน้าที่เผยแพร่พระศาสนา 6 ประการที่เรียกว่า วิธีการทั้ง 6 อันประกอบไปด้วย

  1. การไม่กล่าวร้ายใคร
  2. การไม่ทำร้ายใคร
  3. การมีความสำรวมในปาฏิโมกข์ทั้งหลาย
  4. การเป็นผู้รู้จักประมาณในอาหาร
  5. การรู้จักที่นั่งนอนอันสงัด

ความสำคัญของวันมาฆบูชา

หากจะพูดโดยสรุปรวมแล้ว ความสำคัญของวันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่งของโลก ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งในวันนี้เมื่อครั้งอดีตมีเหตุการณ์น่าอัศจรรย์เกิดขึ้น โดยพระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าจำนวน 1,250 รูป มาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ โดยมิได้นัดหมาย อีกทั้งพระสงฆ์เหล่านั้นยังเป็น เอหิภิกขุอุปสัมปทา หรือเป็นพระสงฆ์ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า และเป็นพระอรหันต์อีกด้วย

วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ หรือวันมาฆบูชานี้ พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดง โอวาทปาติโมกข์ ในที่ประชุมสงฆ์ ที่เป็นบอกกล่าวถึงหลักการ อุดมการณ์ และวิธีการปฏิบัติในพระพุทธศาสนา สามารถนำข้อกำหนดต่างๆ เหล่านี้ไปใช้ได้ในทุกสังคม มีเนื้อหาที่กล่าวถึงการละความชั่วทุกชนิด หมั่นทำความดีให้เป็นกิจวัตร ให้ตนถึงพร้อมและมีจิตใจที่ผ่องใส

กิจกรรมที่พึงปฏิบัติในวันมาฆบูชา

ในวันมาฆบูชา พุทธศาสนิกชนชาวไทยนิยมทำบุญตักบาตรในตอนเช้า อีกทั้งตลอดทั้งวันก็ยังมีการบำเพ็ญกุศลความดีอื่นๆ เพิ่มอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การเดินทางไปวัดเพื่อรับศีล งดเว้นการทำบาปทั้งปวง การถวายสังฆทาน การให้อิสระทาน (ปล่อยนกปล่อยปลา) การฟังพระธรรมเทศนา รวมถึงการไปเวียนเทียนรอบโบส์ถในช่วงเย็น

โดยปกติในวันมาฆบูชาก่อนที่จะเริ่มการเวียนเทียน วัดต่างๆ จะจัดให้มีการทำวัตรสวดมนต์ หรือที่การทำวัตรเย็น แล้วตามด้วยการเวียนเทียนอย่างเป็นทางการในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. หรือ 2 ทุ่มตรง (มีพระสงฆ์นำเวียนเทียน) ซึ่งบทสวดที่พระสงฆ์นิยมสวดในวันมาฆบูชาก่อนเริ่มการเวียนเทียนนี้จะนิยมสวดตามลำดับ ดังนี้ (ทั้งบาลีและคำแปล)

  1. บทบูชาพระรัตนตรัย (บทสวดบาลีที่ขึ้นต้นด้วย:อรหัง สัมมา ฯลฯ)
  2. บทนมัสการนอบน้อมบูชาพระพุทธเจ้า (นะโม ฯลฯ ๓ จบ)
  3. บทสรรเสริญพระพุทธคุณ (บทสวดบาลีที่ขึ้นต้นด้วย:อิติปิโส ฯลฯ)
  4. บทสรรเสริญพระพุทธคุณ สวดทำนองสรภัญญะ (บทสวดสรภัญญะที่ขึ้นต้นด้วย:องค์ใดพระสัมพุทธ ฯลฯ)
  5. บทสรรเสริญพระธรรมคุณ (บทสวดบาลีที่ขึ้นต้นด้วย:สวากขาโต ฯลฯ)
  6. บทสรรเสริญพระธรรมคุณ สวดทำนองสรภัญญะ (บทสวดสรภัญญะที่ขึ้นต้นด้วย:ธรรมมะคือ คุณากร ฯลฯ)
  7. บทสรรเสริญพระสังฆคุณ (บทสวดบาลีที่ขึ้นต้นด้วย:สุปฏิปันโน ฯลฯ)
  8. บทสรรเสริญพระสังฆคุณ สวดทำนองสรภัญญะ (บทสวดสรภัญญะที่ขึ้นต้นด้วย:สงฆ์ใดสาวกศาสดา ฯลฯ)
  9. บทสวดบูชาเนื่องในวันมาฆบูชา (บทสวดบาลีที่ขึ้นต้นด้วย:อัชชายัง ฯลฯ)

ต่อจากนั้นจะมีการจุดธูปเทียนและถือดอกไม้ที่เป็นเครื่องสักการะบูชา แล้วเดินเวียนรอบปูชนียสถานจำนวน 3 รอบ โดยขณะที่กำลังเดินอยู่นั้นพึงตั้งจิตใจให้สงบ พร้อมสวดระลึกถึงพระพุทธคุณด้วยการสวด อิติปิโส รอบที่ 1 ระลึกถึงพระธรรมคุณด้วยการสวด สวากขาโต รอบที่ 2 และปิดท้ายด้วยการระลึกถึงพระสังฆคุณด้วยการสวด สุปะฏิปันโน รอบที่ 3 ทำเช่นนี้ไปจนกว่าจะเวียนจบครบ 3 รอบ แล้วให้นำธูป เทียน ดอกไม้ไปบูชาตามปูชนียสถานจึงเป็นอันเสร็จพิธี

ข้อมูลเพิ่มเติม Wikipedia.org , Dhammanatural.blogspot.com , Dhammathai.org